วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

พระธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต


พระธรรมเทศนาโดย...หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ลักษณะจิตที่หลุดพ้นนั้นมีลักษณะการหลุดพ้นต่างกัน จำแนกออกได้ 5 ประเภทคือ

๑. ตทงฺควิมุตฺติ คือ ความหลุดพ้นเป็นบางขณะ ได้แก่ ความหลุดพ้นที่เกิดจากความสงบของจิตในบางคราว หรืออาจเกิดจากการเจริญวิปัสสนาแล้วเห็นทุกข์ ทำให้จิตละสังขารเพียงบางครั้งบางคราว แต่ไม่เกิดปัญญา ไม่เกิดมรรค ที่จะทำลายกิเลสให้สิ้นไปได้ เพียงแต่ละได้ในบางครั้งบางคราวเป็นขณะ ๆ เท่านั้น

๒. วิกฺขมฺภนวิมุตฺติ จิตหลุดพ้นโดยการใช้สมาธิกดข่มจิตไว้ คือ การเข้าฌาณสมาบัติ ระงับจิตจากกิเลสชั่วคราว จัดเป็นโลกียวิมุติ เมื่อออกจากฌานสมาบัติ กิเลสก็เข้าเกาะกุมจิตได้อีก เป็นความหลุดพ้นที่ไม่เด็ดขาด เพราะมรรคไม่ประหารนั่นเอง

๓. สมุจฺเฉทวิมุตฺติ จิตหลุดพ้นโดยมรรคประหารกิเลส ขาดไปจากจิต เป็นการหลุดพ้นโดยเด็ดขาด คือ กิเลสขาดไปจากจิต ได้แก่ ผู้เจริญสมถวิปัสสนาจนเกิดมัคญาณประหารกิเลสในจิต
๔. ปฏิปสฺสทฺธิวิมุตฺติ จิตหลุดพ้นด้วยความสงบ คือ จิตสงบหลุดพ้นจากกิเลสเป็นผลเกิดจากมรรคประหาร

๕. นิสฺสรณวิมุตฺติ จิตหลุดพ้นโดยแล่นออกจากสังขารธรรม เป็นวิมุตฺติของผู้เจริญวิปัสสนา มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริงว่า สังขารธรรมทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ทำให้จิตหลุดพ้นแล่นออกจากความทุกข์ เข้าสู่นิพพาน เป็นธรรมชาติ หาเครื่องเสียบแทงไม่ได้
ลักษณะการหลุดพ้นของจิตทั้ง ๕ นี้ ตทงฺควิมุตฺติ และวิกฺขมฺภนวิมุตฺติ มักจะเกิดจากการเจริญสมถะอย่างเดียว ส่วนการหลุดพ้นแบบ สมุจฺเฉทวิมุตฺติ ปฏิปสฺสทฺธิวิมุตฺติ และนิสฺสรณวิมุตฺติ นั้น เกิดจากการเจริญสมถะและวิปัสสนาคู่กันไป เป็นโลกุตฺตรวิมุตฺติ เพราะกิเลสถูกประหารไปจากจิต

โลกียสุขคือสุขทางโลกหาได้ยาก


โลกียสุขคือสุขทางโลกหาได้ยาก โลกุตตรสุขคือสุขทางธรรมหาได้ง่ายกว่า

ทุกวันนี้ชาวโลกเราต่างแสวงหาความสุข ในรูปแบบต่างๆ ที่บางครั้งก็ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความสุข ความสุขเช่นนี้เรียกว่าโลกียสุขคือสุขทางโลก บางคนชอบเที่ยวไปในที่ต่างๆที่ให้ความตื่นเต้น บางคนชอบกินชอบดื่ม บางคนชอบเล่นการเล่น บางคนชอบเล่นการพนัน บางคนชอบชีวิตในยามราตรี สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความรู้สึกทางอารมณ์ของกิเลสกามมีความโลภและความโกรธครอบงำ คือความยินดียินร้าย, ความชอบใจหรือความไม่ชอบใจ, ความพอใจหรือความไม่พอใจ, เป็นเครื่องชี้นำไปสู่การแสวงหาความสุขในทางโลก ต้องเหนื่อยกายเหนื่อยใจกว่าจะได้มาซึ่งความสุขแต่ละครั้ง ต้องแลกด้วยปัจจัยคือเงินทองและร่างกาย จึงว่าหาได้ยาก เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่นเงินทองเวลาและสถานที่

แต่ความสุขอีกอย่างคือโลกกุตตรสุข คือสุขทางธรรม ไม่ต้องเสียอะไรเลย จะอยู่ที่ไหนๆก็สามารถทำได้ตลอดเวลา ในชีวิตประจำวันที่อยู่กับการทำงาน ในการเดินทาง หรืออยู่บ้านก็ทำได้ตลอดเวลา ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงมีศรัทธาความเชื่อในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น นั่นก็คือการมีความเพียรชอบอยู่ในใจ ที่จะดำริชอบอยู่ในใจ ในการเจริญภาวนา ในธัมมะภาวนาว่า “ อย่ายินดียินร้าย...อย่าว่าร้ายใคร...อย่าคิดร้ายใคร...” เพื่อให้จิตของเราเกิดความรู้ตัวเอาไว้ในจิตใต้สำนึก อันเป็นเหตุให้จิตของเราเกิดสติ รู้สกัดกั้นอกุศลจิต ที่มีความโลภและความโกรธอยู่ด้วย หรือเป็นการรู้ปล่อยวางในอารมณ์ ที่ยินดียินร้าย, ที่พอใจหรือไม่พอใจ, ที่ชอบใจหรือไม่ชอบใจ, เมื่อเรามีสติรู้ปล่อยวางได้แล้ว ก็จะทำให้จิตของเราเป็นกุศลจิตเป็นบุญคือความสบายใจ มีความสุข ความสงบในใจ และยังทำให้เกิดอธิศีลคือรู้ในการไม่ทำผิด มีอธิจิตคือความสงบจากกิเลสกาม มีอธิปัญญาคือรู้ในสภาวธรรม ที่จะนำไปสู่ความเป็นอริยบุคคลได้ต่อไป ดังนี้.

โดยหลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง

น้ำกับทิฐิ

นานมาแล้วมีชายคนหนึ่งชื่อว่า...ทิฐิ... เขาเป็นคนที่มีนิสัยอวดดื้อถือดีไม่ต่างจากชื่อ เพราะเมื่อได้ลองเชื่อมั่นในสิ่งใดแล้ว ทิฐิคนนี้ก็จะยึดม...