แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำสอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำสอน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ปฏิบัติธรรมไปทำไม?

มีผู้มาถามพุทธเจ้าว่า"ปฏิบัติธรรมไปทำไม?"

-การปฏิบัติธรรมของเรา.......ไม่เป็นไปเพื่อปรับวาทะกับเจ้าลัทธิอื่น(ไม่ได้ไปโต้เถียงกัน)
-การปฏิบัติธรรมของเรา.......ไม่ได้เป็นเพื่อชื่อเสียง
-การปฏิบัติธรรมของเรา.......ไม่ได้เป็นไปเพื่อลาภสักการะ
-การปฏิบัติธรรมของเรา.......ไม่ได้เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ของอาหาร
-การปฏิบัติธรรมของเรา.......ไม่ได้เป็นไปเพื่ออนิสงค์ของสมาธิ
-การปฏิบัติธรรมของเรา.......ไม่ได้เป็นไปเพื่ออนิสงค์ของปัญญา
-การปฏิบัติธรรมของเรา.......เป็นไปเพื่อ หลุดพ้น จาก เพลิงทุกข์ เพลิงกิเลส ด้วยการทำอาสวะให้สิ้น
..........................
//-เราขอประกาศว่า
เราตรัสรู้โดยชอบ ด้วยตนเอง
อาสวะใด ที่มนุษย์ยึดอยู่ เราทำให้สิ้นแล้ว
ธรรมะนั้น เราเรียบเรียงไว้ดีแล้ว(ธรรมะที่ พัฒนามนุษย์เป็นอริยะบุคคล)
ธรรมะนั้น ผู้ปฏิบัติธรรม และเปลี่ยนเป็นอริยะบุคคล มีอยู่
........................
//-อาสวะบางอย่าง พ้นได้.......................ด้วยการมีวิสัยทัศน์ เห็นด้วยปัญญา
-อาสวะบางอย่างต้อง"เว้น".....................เช่นคนร้าย สัตว์ร้าย ความคิดชั่วร้าย ตัวอย่างชั่วร้าย
-อาสวะบางอย่างต้องอดทน.....................เมื่อถูกทดสอบ หรือไม่มีทางหลีก
..อดทนที่ฝึกฝน ยกระดับภูมิจิต ธรรม ปัญญา ให้ยิ่งฯ
-อาสวะบางอย่างต้องพิจรณาก่อนนำมาใช้.....เช่นปัจจัยสี่ ความรู้ที่นำเข้ามา เพื่อไม่ติด หลงไหล เป็นทาส วัตถุกาม
-อาสวะบางอย่าง ต้องตกผลึกความคิด .......เอาอดีตมาแยก เป็นขันธุ์ พิจรณาแยกเป็นส่วนๆ แล้วทิ้งอกุศล เหลือกุศลเจริญให้แข็งแรง
-อาสวะบางอย่าง ต้องบวช......................เปลี่ยนสัญชาติญาณดิบ ไปทำสิ่งดีๆ ให้ ตน สังคม สิ่งแวดล้อม(เปลี่ยนกิเลส ให้เป็นโพธิ)
-อาสวะบางอย่าง ต้องคิดแบบพุทธะ............"คิดให้เป็น(คิดแบบสิบมิติ)
-อาสวะบางอย่าง ต้อง"ไม่ประมาท" ...........เช่นขบวนการปรุงแต่ง(สังขาร)
ความคิด เจตนา บุคลิกภาพ ภายใน และ กรรม เวลา มัจจุราช ที่ไม่เคยคอยใคร
.............................
//-ทุกคนมีธาตุแห่งพุทธะ(สัมมาสติ โพธิปัญญารู้แจ้งในธรรมะ)อยู่ภายใน
แต่มีผู้รู้(วิธีปลุกให้ตื่น) กับไม่รู้(วิธีปลุกให้ตื่น)
.................
//-วิธีคิด สิบมิติ
1.คิดจากเหตุ.........................ไปหาผล
2.คิดจากผล...........................กลับมาที่เหตุ
3.คิดเห็น...............................เหตุปัจจัยปรุงแต่ง เป็นลูกโซ่ ให้เกิดสิ่งต่างๆ
4.คิดเห็น...............................อะไรเป็นตัวจุดประกาย ให้เกิด
5.คิดเห็น...............................อะไรเป็นตัวส่งเสรีม ให้เจริญ
6.คิดเห็น...............................อะไร เป็นตัวตัดรอนให้เสื่อม
7.คิดเห็น...............................อะไรเป็นตัวตัดขาด ให้ดับ
8.คิดแบบ..............................แยกแยะ องค์ประกอบ เป็นส่วนๆ
9.คิดแบบ..............................มองแบบองค์รวม มาทำหน้าที่ร่วมกัน
10.คิดเห็น.............................ความเป็นไปได้ จริง หรือ หลอก
......................................................... สาธุ

จากเพื่อน Google+ ขอบคุณครับ?

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อุปสรรคของสมาธิ

อุปสรรคของสมาธิคืออะไร..?


อุปสรรคของสมาธิ ได้แก่ นิวรณ์   หมายถึง  สิ่งที่กั้นจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณความดี,  ไม่ให้บรรลุสมาธิได้   มี 5 อย่าง คือ

1. กามฉันท์  พอใจในกามคุณ 5 ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สิ่งสัมผัสทางกาย ที่น่ารักน่าใคร่
2. พยาบาท  คิดร้ายผู้อื่น
3. ถีนมิทธะ  ความหดหู่ ท้อแท้ และซึมเซา ง่วงซึม เคลิ้มหลับ
4. อุทธัจจกุกกุจจะ  ความฟุ้งซ่าน และหงุดหงิด รำคาญใจ
5. วิจิกิจฉา  ความลังเลสงสัย ไม่แน่ใจในคุณพระรัตนตรัย และวิธีการที่ปฏิบัติ


อีกอย่างหนึ่ง  หมายถึง อุปกิเลสของสมาธิ 11 อย่าง ได้แก่


1. วิจิกิจฉา  ความลังเล หรือความสงสัย
2. อมนสิการ  ความไม่สนใจ ใส่ใจ ไว้ให้ดี
3. ถีนมิทธะ  ความท้อ และความเคลิบเคลิ้ม ง่วงนอน
4. ฉัมภิตัตตะ ความสะดุ้งหวาดกลัว
5. อุพพิละ  ความตื่นเต้นด้วยความยินดี
6. ทุฏฐุลละ  ความไม่สงบกาย
7. อัจจารัทธวิริยะ  ความเพียรจัดเกินไป
8. อติลีนวิริยะ  ความเพียรย่อหย่อนเกินไป
9. อภิชัปปา  ความอยาก
10. นานัตตสัญญา  ความนึกไปในสิ่งต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ที่เคยผ่านมาหรือจดจำไว้ มาผุดขึ้นในขณะทำสมาธิ
11. รูปานัง อตินิชฌายิตัตตะ  ความเพ่งต่อรูปหรือเพ่งต่อนิมิตนั้นจนเกินไป?

น้ำกับทิฐิ

นานมาแล้วมีชายคนหนึ่งชื่อว่า...ทิฐิ... เขาเป็นคนที่มีนิสัยอวดดื้อถือดีไม่ต่างจากชื่อ เพราะเมื่อได้ลองเชื่อมั่นในสิ่งใดแล้ว ทิฐิคนนี้ก็จะยึดม...